วันเสาร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

โพล เผย 5 ธ.ค.ปีนี้ ปชช. มีความสุขเพิ่มขึ้น กว่าปี 49

โพล เผย ปชช.ร้อยละ 81.9% มีกำลังใจสู้ชีวิตมากขึ้น หลังชมการถ่ายทอดพระราชพิธีเทิดพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ร้อยละ 43.71% ไม่อยากให้นำความแตกแยก ไปรบกานเบื้องพระยุคลบาท ส่วนดัชนีความสุขของคนไทย มีคะแนนสูงกว่าช่วงพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ส่วนสิ่งที่ ปชช. ต้องการให้ผู้มีอำนาจของบ้านเมืองนำไปปฏิบัติ มากที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริตไม่คอร์รัปชั่น


สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ จำนวนทั้งสิ้น 2,589 คน ระหว่างวันที่ 1-4 ธันวาคม 2552 พบว่า ประชาชนประทับใจ กับ การเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมประชาชนในท้องถิ่นต่างๆของประเทศ มากถึงร้อยละ 70.28% และร้อยละ 43.19% รับมีความสุขมาก ทุกครั้งที่ระลึกถึง ภาพพระราชกรณียกิจต่างๆที่ท่านทรงงานเพื่อประชาชน ทั้งนี้สิ่งที่ประชาชน ตั้งใจทำถวายในหลวง ร้อยละ 53.82% เลือกเป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต /ยึดมั่นในความดี ส่วนร้อยละ 43.71% ไม่อยากให้เอาความไม่สามัคคีกันของคนไทย ไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาท และคำว่า ทรงพระเจริญ คือคำที่คนไทยอยากพูดมากที่สุด 38.74% รองลงมาร้อยละ 30.82% ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง

ส่วนผลสำรวจ จากเอแบคโพลล์ เรื่อง สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันกับความสุขมวลรวมของคนไทย จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,147 ครัวเรือน เมื่อ 5 ธ.ค.52 พบว่า ภายหลังได้รับชมการถ่ายทอดพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ประชาชนส่วนใหญ่ 81.9% ระบุ ทำให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตเพิ่มมากขึ้น และที่น่าปลื้มปีติอย่างยิ่งคือจากการวัดความสุขคนไทย พบว่า ระดับความสุขของคนไทยในวันดังกล่าว มีคะแนนสูงถึง 9.86 จากเต็ม 10 คะแนน ซึ่งสูงกว่าความสุขคนไทยที่สำรวจในช่วงพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อเดือน มิ.ย.49 ซึ่งอยู่ที่ 9.21 คะแนน

สำหรับสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ผู้มีอำนาจของบ้านเมืองนำไปปฏิบัติ ส่วนใหญ่ ระบุขอให้มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่คอร์รัปชั่น รองลงมา ระบุมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจ รู้ผิดรู้ชอบ นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด และเห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และสิ่งที่ประชาชนควรจะน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงไปปฏิบัติ พบว่าอันดับแรก คือ การใช้ชีวิตด้วยความพอเพียง รองลงมา ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

จาก - manager.co.th

วันศุกร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เมื่อแผนล้มเจ้า โดนล้มแผน

การกำหนด D-Day สงครามครั้งสุดท้ายของมวลชนแดง ที่จะให้ติดคาบเกี่ยว


เอาในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่ต้องการจะเปิดเกมชนฟ้าแบบตั้งใจมาชน หวังที่จะล้มงานวันเฉลิมฉลองพระราชพิธีฯ

หัวเรือใหญ่ กำลังสำคัญที่จะเข้าปฎิบัติการในเรื่องนี้ หาใช่ทักษิณไม่ หากแต่เป็นกลุ่มล้มเจ้าโดยสันดาน

แต่เมื่อพอประเมินสถานการณ์ เจอกับกระแสต้าน เห็นว่าสู้ไมใหวก็เลยต้อง จำเจ็บ เก็บกด รอซุ่มหาโอกาส จังหวะใหม่ ณ เวลานี้ ถ้ากลุ่มล้มเจ้า ไม่หน้ามืดตามัวจนเกินไปนักก็น่าจะตระหนักรู้ได้ดีว่าสถาบัน+พลังแผ่นดิน แนบแน่นขนาดไหนเพราะแผนการณ์เดินเกมมานับแรมปี ต้องพับแผนกลับแทบไม่ทันตั้งตัวเพียงแค่วูบหนึ่งที่กระแสรักสถาบันของพลังแผ่นดินที่พัดผ่านเหล่าทรราชย์ทุนสามานย์ ก็หนาวสะท้านไปถึงหัวใจ
 
http://www.oknation.net/blog/konchaylay/2009/11/27/entry-1

วันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

สุดชั่ว! “ทักษิณ” ยืมมือสื่ออังกฤษ ให้ร้าย “ในหลวง” รุนแรง

สุดชั่ว! “ทักษิณ” ยืมมือสื่ออังกฤษ ให้ร้าย “ในหลวง” รุนแรง ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์เดอะไทมส์ พาดพิงและล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักและเทิดทูนของคนไทย “Ousted Thai leader Thaksin Shinawatra calls for ‘shining’ new age after King’s death” หลังจากนั้นไม่นาน ทักษิณ ชินวัตร ก็ Twitt บอกว่า

"ผมรู้สึกเสียใจมากที่ไทม์ออนไลน์พาดหัวข่าววันนี้ บิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของผม ผมจะออกแถลงการณ์ด่วนให้พี่น้องทราบวันนี้ครับ" นี่คือคำแก้ตัวของ ทักษิณ ชินวัตร

การเสนอข่าวที่เป็นความเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา ซึ่งผมขอกราบเรียนข้อเท็จจริงดังนี้

การเสนอข่าวที่เป็นความเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา ซึ่งผมขอกราบเรียนข้อเท็จจริงดังนี้

1.ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามเนื้อความที่ว่า “calls for ‘shining’ new age after King’s death” การพาดหัวข่าวดังกล่าวเป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

2. ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ไปตามที่มีข้อความว่า “called for reform of the country’s revered monarchy and spoken of a “shining” new age after the era of the ailing King, Bhumibol Adulyadej.” การเขียนข่าวดังกล่าวเป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

3.ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไปกระทบสถาบันใดๆเลยแต่ในทางตรงกันข้ามระหว่างการสัมภาษณ์นั้นได้ปกป้องสถาบันว่าอยู่เหนือการเมืองและเทิดทูนสถาบันว่าเป็นที่เทิดทูนของคนไทยทั้งปวงและคนหนึ่งคนใดไม่ควรดึงสถาบันให้มาเกี่ยวข้องกับการเมือง

4.ผมได้สัมภาษณ์เทิดทูนพระเกียรติและพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

ผมรู้สึกเสียใจต่อการนำเสนอข่าวของ timesonline ในครั้งนี้ ทั้งๆที่ผมได้กำชับผู้สัมภาษณ์ว่าเรื่องสถาบันเป็นเรื่องสูงและละเอียดอ่อน ต้องนำเสนอข่าวให้ตรงกับสิ่งที่ผมพูด ผมจึงขอประณาม timesonline ที่เสนอข้อความเท็จและสร้างความสับสนในเรื่องนี้ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าครอบครัวผมและตัวผมมีความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพร้อมสละชีวิตเพื่อปกป้องสถาบันเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

แต่หลังจากนั้นไม่นาน TIMESONLINE ได้พิมพ์คำสัมภาษณ์ทักษิณ ฉบับเต็ม ความยาว ๑๒ หน้าโดยประมาณ มีคำถาม คำตอบระหว่างริชาร์ด ลอยด์ แพร์รี่ และทักษิณ ชัดเจนคำต่อคำ โดยเนื้อหาเกือบทั้งหมด แสดงถ้อยคำจาบจ้วง หมิ่นสถาบัน และราชวงศ์ชัดเจน จนไม่ต้องตีความอีก แม้ทักษิณจะออกแถลงการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาอย่างไรก็ตาม


ทักษิณ ชินวัตร เปิดไพ่เล่นหมดแล้ว ชั่วช้าได้ใจจริงๆเลย...ประหารมันทั้งโครตเลยดีกว่า

คำสัมภาษณ์ทักษิณ ฉบับเต็ม
http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article6909258.ece?token=null&offset=0&page=1

วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

สะบั้นสัมพันธ์ ไทย-เขมรเรียกทูตกลับ "มาร์ค"ตอบโต้"ฮุนเซน"อุ้ม นช.แม้ว

ASTVผู้จัดการรายวัน-"มาร์ค"สั่งกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ ทบทวนความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเรียกทูตกลับ หลัง"ฮุนเซน"หักหน้ารัฐบาลไทย ด้วยการตั้ง"แม้ว" เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจและที่ปรึกษาส่วนตัว ย้ำจำเป็นต้องตอบโต้เพราะมีการพาดพิงกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ทำให้คนไทยเสียความรู้สึก พร้อมขู่ทบทวนมาตรการช่วยเหลือ "เทือก"กลับลำ หลังจากช่วงเช้า มีท่าทีเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเรื่องที่"ฮุนเซน"ทำ ด้านกัมพูชา เรียกทูตกลับ

จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมถึงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดมสีหมุนี พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันแห่งกัมพูชาได้ทรงลงพระนามรับรองพระราชกฤษฎีกา แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยืนยันที่จะไม่ส่งตัวพ.ต.ท. ทักษิณให้กับไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากได้รับการร้องขอ

**เรียกทูตกลับ-ทบทวนความสัมพันธ์

เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ แสดงถึงท่าทีของรัฐบาลไทยต่อกรณีดังกล่าวดังนี้

1. รัฐบาลได้ชี้แจงกับรัฐบาลกัมพูชาไปแล้วในโอกาสต่างๆว่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ต้องอยู่เหนือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล

2. การดำเนินการใดๆ ของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถแยกแยะออกจากความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศได้ และกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้หลบหนีคดีอาญา และยังคงมีบทบาททางการเมืองในประเทศอยู่

3. การแต่งตั้งพ.ต.ท. ทักษิณ เป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา และที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และเป็นการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมของไทย รวมทั้งทำให้ความสัมพันธ์ และผลประโยชน์ส่วนบุคคลอยู่เหนือความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

4. รัฐบาลไทยจึงนิ่งเฉยไม่ได้ และมีความจำเป็นจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งประเทศ การดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลไทยก็เพื่อจะให้ฝ่ายกัมพูชารับรู้ถึงความไม่พึงพอใจของประชาชนไทยทั้งปวง

5. จากการดำเนินการของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้รัฐบาลไทยจำเป็นต้องทบทวนสถานะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และดำเนินการ ดังนี้

5.1 เรียกเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กลับ

5.2 ทบทวนพันธกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

5.3 ทบทวนความร่วมมือต่างๆ ที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการกับกัมพูชา ซึ่งการทบทวนนี้ รัฐบาลไทยจะกระทำด้วยความจำใจ เนื่องจากรัฐบาลไทยประสงค์มาโดยตลอดที่จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อพัฒนาการอยู่ดีกินดีของชาวกัมพูชา เพื่อลดช่องว่างของประชาชน และลดช่องว่างระหว่างกัมพูชากับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ

** "มาร์ค"ยันจำเป็นต้องตอบโต้

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาครั้งนี้ มีส่วนที่พาดพิงกระบวนการยุติธรรมของไทย และกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนพอสมควร กระทรวงการต่างประเทศ จึงต้องดำเนินการมาตรการ เพื่อให้ทางกัมพูชารับทราบความรู้สึกของประชาชนไทย และการที่มาพาดพิงกระบวนการยุติธรรมของไทย เรื่องนี้จะมีการตอบโต้ตามขั้นตอนทางการทูต โดยจะให้ รมว.การต่างประเทศ เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้ง ว่าการดำเนินการแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เราจะพยายามไม่ให้กระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกัมพูชากับประชาชนไทย เพราะเชื่อว่าประชาชนของทั้งสองประเทศ ต้องการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน แต่เมื่อรัฐบาลกัมพูชามาทำในสิ่งที่มีปัญหา จึงต้องทำการตอบโต้ในส่วนของรัฐบาลออกไป

เมื่อถามว่าจะรวมไปถึงลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในส่วนต่างๆ ลดด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จริงๆ แล้วตนพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ในแง่ของความร่วมมือที่รัฐบาลเขาเคยร้องมา ก็คงต้องพิจารณา และต้องให้เขารับทราบ

ส่วนจะถึงขั้นใช้มาตรการปิดพรมแดนระหว่างกันหรือไม่นั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการค้าขายบริเวณชายแดนเป็นเรื่องผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ว่าในแง่ของเราที่จะมีมาตรการกับทางกัมพูชา ตนได้คุยกับ รมว.ต่างประเทศ และหน่วยงาน ก็คิดว่าจะมีมาตรการที่จะดำเนินโดยประชาชนคนไทย จะไม่เดือดร้อน

ทั้งนี้จะถึงขั้นต้องตัดการช่วยเหลือระหว่างกันหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างที่กระทรวงการต่างประเทศ จะหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป แต่เราจำเป็นที่ต้องให้เขารับทราบก่อนอย่างเป็นทางการ มาตรการการตอบโต้จะเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ

เมื่อถามว่า คิดว่าหลังมีมาตรการตอบโต้ไปแล้ว จะมีการดูท่าทีหรือไม่ หรือคาดหวังว่าทางกัมพูชาจะมีการทบทวนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องรอดู

**ถกเครียดก่อนออกแถลงการณ์

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลาขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืน และท่าทีของเราให้ทางกัมพูชา ทราบว่าเราอยากให้ความสัมพันธ์เดินหน้าไปด้วยดี และขยายความร่วมมืออย่างที่เราวางแผนกันไว้ โดยไม่เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามายุ่งเกี่ยว อันนี้เราชัดเจน แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างนั้น ทางกัมพูชามีการเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามาพัวพัน โดยการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้หลบหนีคดีอาญา และมีบทบาททางการเมืองในการต่อสู้ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ากัมพูชา ปฏิเสธความตั้งใจดีของเรา และแถลงการณ์ของกัมพูชา ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และเป็นการปฏิเสธกระบวนการยุติธรรมของไทย

"ดังนั้นเราไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จำเป็นต้องทบทวนสถานะความสัมพันธ์ โดยการเรียกทูตไทยกลับมาเพื่อรับฟังการทบทวนสถานะพันธกรณีต่างๆ การเรียกทูตกลับเป็นมาตรการหนึ่ง ที่เบาสุด ส่วนทูตของเขา เราเข้าใจว่ากลับไปก่อนหน้านี้แล้ว” นายปณิธานกล่

"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรี ได้เรียกฝ่ายความมั่นคง ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือเร่งด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ และหามาตรการตอบโต้ ที่บ้านพิษณุโลก ตั้งแต่เวลา 07.00 น. หลังจากนั้น แต่ละฝ่ายก็ไปพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูต และจะมีการประเมินกันเป็นระยะหลังออกแถลงการณ์ตอบโต้" นายปณิธานกล่าว

**"เทือก"เชื่อไม่ถึงขั้นใช้กำลัง

เมื่อเวลา 16.30 น .วานนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงกล่าวถึง กรณีกระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ตอบโต้กัมพูชาว่าเรื่องนี้ ควรไปถามนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

เมื่อถามต่อว่า ท่าทีของรัฐบาลในช่วงเช้า (5 พ.ย.) กับช่วงบ่าย ทำไมเปลี่ยนไป นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีที่ตนกล่าวไปเมื่อเช้า ตนยังไม่เห็นเอกสาร ตนพูดตามข่าวที่ผู้สื่อข่าวถามมา แต่เมื่อเห็นเอกสารแล้วในเอกสารทางราชการของกัมพูชาเขาได้แสดงเหตุผลว่า การที่เขาจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาให้ประเทศไทยตามสนธิสัญญานั้น เพราะเขาเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกเล่นงานทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องปกติ เป็นเรื่องการเมือง กรณีอย่างนี้เมื่ออ่านเอกสารโดยละเอียดแล้วจะเห็นว่าเขามาตัดสินเอาเองว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งมันไม่ใช่

เมื่อถามว่ามองว่า เป็นการเข้าทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ที่พยายามดึงเรื่องดังกล่าวให้เป็นเรื่องระดับชาติ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ยังไม่วิเคราะห์ไปไกลได้ขนาดนั้น

**ช่วงเช้าทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสุเทพ ในช่วงบ่าย ต่างจากการให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้า ที่ทำเหมือนไม่รู้ร้อน รู้หนาว กับเรื่องนี้ โดยนายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลกัมพูชา ที่เขามีสิทธิแต่งตั้งใครก็ได้ เราไม่สามารถแทรกแซงได้ จะถูกใจเราหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปเอะอะโวยวาย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการที่สมเด็จฮุนเซนทำเช่นนี้ เป็นการหักหน้ารัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ ก็ตอบแบบเล่นลิ้นว่า เราก็อย่ายื่นหน้าไปให้เขาหัก เราก็เก็บหน้าเราไว้ให้ดี สมมุติว่ารัฐบาลไทยเกิดจะตั้ง นายสมรังสี ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาอะไรก็ได้ ก็เป็นเรื่องของเรา ต้องแยกแยะ

เมื่อถามว่า วันนี้สรุปได้แล้วใช่หรือไม่ว่ากัมพูชาไม่ใช่มิตรแท้ของไทย นายสุเทพ กล่าวว่า การคิดอย่างนั้น เป็นการใช้อารมณ์มาคิด ซึ่งคิดอย่างนี้ไม่ได้ ผลประโยชน์ของประเทศชาติเอาไปแลกกับความโกรธ หรือความชอบหรือไม่ชอบไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องสนุกที่เราจะไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีเหตุมีผู้ต้องหาหนีศาลคนหนึ่ง มันไม่คุ้มกัน

**กัมพูชา เรียกทูตกลับ

กัมพูชา เรียกเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยกลับประเทศ ตอบโต้กรุงเทพฯ เรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับ ในข้อขัดแย้งกรณีกัมพูชาแต่งตั้ง ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ

นายโสกอาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า "รัฐบาลกัมพูชา ตัดสินใจเรียกนางยู ออย เอกอัคราชทูตประจำประเทศไทยกลับประเทศ" พร้อมระบุว่ากัมพูชาจะส่งเธอกลับมายังกรุงเทพฯ ก็ต่อเมื่อไทยส่งเอกอัครราชทูตกลับไปยังกรุงพนมเปญ

**ยันสถานการณ์ชายแดนปกติ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเรียกตัวเอกอัครราชทูตไทยในประเทศกัมพูชากลับ ว่า กองทัพขณะนี้ยังไม่ได้รับการสั่งการใดๆ จากทางรัฐบาลดังนั้นกองทัพยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนตามปกติ ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างมีขั้นตอน มาตรการต่างๆอยู่แล้ว

"ปกติทาง ผบ.กองกำลังระหว่างไทยกับกัมพูชา มีการประสานงานกันตลอด และขณะนี้ความสัมพันธ์ทางทหารทั้งสองประเทศยังสามารถพูดคุยกันได้ ส่วนผู้ช่วยทูตทหารไทยในกัมพูชา ยังคงปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม และขณะนี้กองทัพไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพราะต่างฝ่ายต่างยังคงปฏิบัติการรักษาอธิปไตยของตัวเองเหมือนเดิม" โฆษกทบ.กล่าว และว่าพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ยังไม่ได้สั่งการอะไรมา เพราะท่านบอกว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้สั่งการอะไรมา ดังนั้นทางกองทัพก็จะปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ การเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับ เป็นเรื่องของรัฐบาล

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่าจากการตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากพล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 นั้น ขณะนี้สถานการณ์ยังเป็นไปตามปกติ และยังมีทหารทั้งสองฝ่ายรักษาพื้นที่ตามเดิม รวมถึงทหารในพื้นที่ยังพูดคุยกันได้ ส่วนยืนยันได้หรือไม่ว่า จะไม่มีการใช้กำลังทหารรบกัน พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่ายืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังปกติอยู่ ดังนั้นยืนยันว่า กองทัพไม่มีความจำเป็นใดๆให้เกิดการเผชิญหน้าขึ้น

**เขมรขนรถถังประชิดเขาวิหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแนวชายแดนไทย- กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษว่า ทหารไทยและทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่นั้น ได้ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเคร่งเครียด เพราะทหารทั้ง 2 ฝ่าย ต่างเกรงว่าจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้เสริมกำลังรถถังเข้ามาอีก 40 คัน ขณะที่ทหารไทย ไม่ได้มีการเสริมกำลังทหารและอาวุธเพิ่มเติมแต่อย่างใด

นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ประธานหอการค้า จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า รัฐบาลไทยควรพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ แต่ก็ไม่ควรให้เอกราชไทยถูกย่ำยีอย่างไม่ให้เกียรติจากมิตรประเทศที่ใกล้กันเช่นนี้

อย่างไรก็ตามกรณีความขัดแย้งครั้งนี้ ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจ.ศรีสะเกษ มากนักโดยเฉพาะที่บริเวณด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ การค้าขายรายใหญ่ส่วนมากเป็นการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในกัมพูชา มูลค่าเดือนละกว่า 100 ล้านบาท

ส่วนการค้ารายย่อยเป็นสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภค นั้นมีมูลค่าไม่มากนัก จึงไม่ส่งผลกระทบนักธุรกิจไทยมากนัก แต่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวกัมพูชามากกว่า เพราะต้องพึ่งพาสินค้าเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน

**หนุนตัดสัมพันธ์เขมร

ด้านนายสนอง ห้วยจันทร์ ประธานประชาคมอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การที่รัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาฯ ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาทราบอยู่แล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษคดีอาญาของไทย การที่สมเด็จฮุนเซนเช่นนี้ ถือว่าเป็นการตบหัวประเทศไทยอย่างจัง แบบที่เรียกกันว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของมิตรประเทศที่อยู่ใกล้ชิดติดกันเลย เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลกัมพูชาไม่ได้เกียรติรัฐบาลไทยแต่อย่างใด ทั้งที่รัฐบาลไทยให้เกียรติรัฐบาลกัมพูชามาโดยตลอด

"ดังนั้นรัฐบาลไทยควรที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลกัมพูชาได้แล้ว เพราะมิตรประเทศที่อยู่ติดกัน หากไม่จริงใจต่อกัน ก็ป่วยการที่จะคบกันอย่างมิตรประเทศอีกต่อไป" นายสนองกล่าว

"กษิต"ลั่นเดินหน้าตอบโต้ฮุนเซ็น

นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังกัมพูชาเรียกตัวเอกอัคราชฑูตประจำประเทศไทยกลับ ว่า ตอนนี้สมเด็จฮุนเซน จะต้องเลือกแล้วว่าจะเลือกประเทศไทย หรือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (นช.แม้ว) เพราะขณะนี้คนไทยไม่สามารถยอมรับพฤติกรรมของสมเด็จฮุนเซนได้ หากยังยืนยันที่จะยืนข้างนช.แม้ว ประเทศไทย ก็จะมีมาตรการตอบโต้ต่อไป

วันอังคารที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

รวบมือปล่อยข่าวลือป่วนหุ้น

รวบมือทุบหุ้น คาสนามบิน เร่งหาตัวบงการ (ไทยรัฐ)

สองผู้ต้องหาปล่อยข่าวลือป่วนหุ้น รับสารภาพโพสต์ข้อความเท็จลงบนเว็บไซต์จริง ล่าสุด เจ้าหน้าที่บุกบ้านพักหาหลักฐานขยายผล มีขบวนการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ...

เมื่อเวลา 16.30น. วันที่ 1 พ.ย.2552 พล ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจกองปราบปราม นำหมายจับศาลอาญา เลขที่ 3089/2552 ลงวันที่ 30 ต.ค.52 เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ในข้อหา กระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรนันต์ ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปโพสข้อความเท็จลงในเว็บไซต์โดยใช้ชื่อย่อว่า BBB เพื่อให้มีผลต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตำรวจจึงทำการสืบทราบกระทั่งทราบว่าเจ้าของชื่อย่อ BBB คือ น.ส.ธีรนันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานของอำนาจศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งวันนี้ทราบว่า น.ส.ธีรนันต์ จะเดินทางกลับจากท่องเที่ยวยุโรป กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 15.30 น. จึงดักรอและทำการจับกุมตัวได้ที่ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊คจำนวน1 เครื่อง เมมโมรี่ จำนวน1 ตัว โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ก่อนจะทำการควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก และส่งกองปราบปรามดำเนินคดี

และในเวลาต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกคน ทราบชื่อต่อมาคือ นายคฑา ปาจริยพงศ์ อายุ 34 ปี พนักงานมาร์เก็ตติ้ง บริษัท หลักทรัพย์ซิลิโก้ ขณะกำลังร่วมงานสัมนาที่อาคารลิเบอร์ตี้ ย่านสีลม ทั้งนี้จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคน ให้การรับสารภาพ ว่า ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์จริง ส่วนจะมีกระบวนการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน และล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ได้พาตัวต้องหาทั้งสองคน ไปที่บ้านพัก เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้เน้นไปที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการก่อเหตุ เพื่อความรอบคอบ และป้องกันไม่ให้การถูกฟ้องกลับว่า ทางเจ้าหน้าที่ใส่ร้าย

วันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ทักษิณจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์..หรือไม่

ทักษิณจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์..หรือไม่ ?..

ได้ฟังมาจากทรรศนะของ "วิสิษฐ เดชกุญชร" อดีตนายตำรวจน้ำดี นักเขียนชื่อดังคนนี้มาก็มากมายหลายครั้ง ทว่า ก็เป็นแบบทรรศนะเล็กๆน้อยๆเสียเป็นส่วนใหญ่..

รอบนี้บทสัมภาษณ์พิเศษ ได้น้ำได้เนื้อสาระที่มาที่ไปของเรื่องค่อนข้างครบถ้วนตรงประเด็น ทั้งเรื่องต่อข้อครหาที่ทักษิณมักกล่าวอ้าง กรณีระบบอำมาตย์ หรือ คดีความของทักษิณ หรือ ระบบงานตำรวจ หรือ ..เรื่องการถอดยศทักษิณ..

ประเด็นที่ "วิศิษฐ เดชกุญชร" แสดงทรรศนะมุมมองเพื่อที่จะยืนยันว่า "ทักษิณ" ไม่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์" เฉกเช่นเดียวกันกับพสกนิกรทั่วไป ..เป็นมุมมองที่น่าสนใจยิ่ง!!

สภาพบ้านเมืองที่วุ่นวายและหาจุดลงตัวไม่ได้ในเรื่องของ "อำนาจ" ..

การไม่เคารพกติกาบ้านเมือง การหนีคดี การตีรวนด้วยการกล่าวพาดพิงโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาล ทหาร และ องคมนตรี ของ "ทักษิณ" ตลอดช่วง ๓ ปี ภายหลัง รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นที่มาที่ไปของบทสรุปของ "วิศิษฐ เดชกุญชร" ต่อจิตใจส่วนลึกของ "ทักษิณ" ..

ซึ่งไม่มีใคร "ปฏิเสธ" ได้หรอกว่า เรื่องราวเหล่านี้ ไม่เป็นความจริง !!! ...

ขบวนการล้มเจ้า ..อย่างที่เขียนบอกไว้หลายครั้ง ..มีหลายกลุ่มหลายพวก ทำงานร่วมมือกันเป็นขบวนการทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีอยู่ทุกภาคส่วนทุกองค์กรทั่วประเทศ มีมานานเป็นร้อยปีมาแล้ว ไม่ได้เพิ่งมีในยุคสมัยนี้ ..

ทว่า การเติบโตและก้าวหน้าในเรื่องบทบาทของการก้าวล่วงและผูกใจอาฆาตพยาบาทต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกลุ่มขบวนการล้มเจ้านั้น ..มามีความรุนแรงต่อเนื่องและไม่มีทีท่าจบลงง่ายๆ ก็ตอนที่มีการเข้ามาของ "กลุ่มทุนสามานย์" ..ของ "ระบอบทักษิณ" นี่แหละ ..

พวกฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์เก่า ..ก็รอ "นายทุน" มือเติบอย่าง "ทักษิณ" มาคอยเป็นแบ็คอัพ !!..

พวกนักการเมืองมักใหญ่ใฝ่สูง ..ก็ปรารถนา "นายทุน" มือเติบอย่าง "ทักษิณ" มาคอยสนับสนุน!!..

พวกนายตำรวจนายทหาร ..ที่ไม่มีความจงรักภักดี ..ก็ต้องการจะรับใช้ "นายทุน" เพื่อหวังเงินตราบารมีและยศตำแหน่ง ..ให้กับชีวิตบั้นปลายของตน!! ..

ความโสมมเกาะกินใจ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักการเมือง จนทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ..

เดินหน้าหวังทำลายล้าง "ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ" ..

โดยเชื่อว่า .."ทักษิณ" และ "ทุนสามานย์ต่างชาติ" ..เป็นทางเลือกที่ดีกว่า..

อนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากนี้ ..ทักษิณคงพลาดและพ่ายแพ้ภัยตัวเอง ทั้งทางคดี ทั้งทางสังขาร และ ทั้งทางกรรมเวร !!! ..คนที่เชลียร์หรือสนับสนุน หรือพยายามที่จะเข้าไปเทคโอเวอร์เพื่อเอาแนวคิดล้มเจ้ามาสานต่อ ..ก็จะพบจุดจบในลักษณะเดียวกัน!! ..

บทพิสูจน์เรื่องนี้ มีมานาน ..ตามสถิติในประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน ..

คนที่คิดล้มล้าง "ศูนย์รวมจิตใจของคนไทย" ..ล้วนต่างเป็น "มนุษย์โคตรเลวทั้งนั้น" ..

และ ..มนุษย์โคตรเลวเหล่านี้ ..ก็มักจะพ่ายแพ้ ..

ความเลวของตัวเองทั้งสิ้น!!..

http://www.oknation.net/blog/vincentoldbook3/2009/10/17/entry-2

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

"แม้ว” ขายชาติผ่านทวิตเตอร์ ยันเขาพระวิหารเป็นของเขมร

“นช.แม้ว” ยังไม่สำนึกบาป กระทำการอันไม่สมควร ทะลึ่งชวนแฟนคลับถวายพระพรในหลวงผ่านทวิตเตอร์ แถมป้ายสีพันธมิตรฯว่าเป็นม็อบมีเส้น เผย สันดานขายชาติ ยืนยันปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร เถียงสู้ไม่ได้ใช้วิธีบล็อกทวิตที่เห็นต่าง

วันนี้ (20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ twitter.com ถึงกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไป รพ.ศิริราช เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษา โดยมีใจความว่า “ทราบว่า ในหลวงเสด็จเข้า รพ.ศิริราช เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษา ผมขอเชิญชวนให้ชาวทวิตเตอร์ทุกท่าน ร่วมกันถวายพระพรให้ทรงหายเป็นปกติโดยเร็วนะครับ” ต่อมาเวลา 12.35 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เขียนข้อความลงในหน้า "Thaksilive" ในเว็บไซด์ twitter.com อีกครั้ง ถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีใจความว่า “ขอขอบคุณทุกน้ำใจของชาวเสื้อแดงเมื่อคืนนี้ครับ ฝนตกหนักไม่หนี น้ำท่วมไม่หวั่น เป็นข่าวไปทั่วโลก ในความมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและลุงนวมทอง” จากนั้นเวลา 12.40 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เขียนข้อความถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชาวบ้านภูมิซรอล กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ไปชุมนุมทวงคืนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร โดยมีใจความว่า “ชัดเจนครับม็อบมีเส้นกับม็อบไม่มีเส้น เหตุเกิดวันเดียวกันแต่คนละที่ ให้เห็นความแตกต่างกันจะจะ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง สันติ หรือการปฏิบัติจากภาครัฐ”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เขาพระวิหารเมื่อวานที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ถูกปลุกระดมโดยคนต่างพื้นที่ ดักรุมทำร้ายเครือข่ายปะชาชนที่กำลังเคลื่อนขบวนไปประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนดินแดเขาพระวิหาร ทำให้เกิดารประทะกันขึ้นและมีผู้บาดเจ็บ 5 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณได้พูถึงเหตุการณ์ที่เขาพระวิหารผ่านวิดีโอลิงก์กับคนเสื้อแดง โดยบิดเบือนว่ามีคนถูกฝ่ายพันธมิตรฯ ยิงที่ลำคอได้รับบาดเจ็บแต่ตำรวจไม่ดำเนินการจับกุม แสดงถึงการมีสองมาตรฐาน

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 12.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เขียนข้อความในทวิตเตอร์อีก มีใจความว่า “พอแล้วยังครับ ปิดข่าวหรือบิดเบือนข่าวก็ไม่ช่วยศตวรรษที่ 21 วิธีเดิมยิ่งทำชาติยิ่งช้ำ หันหน้าเข้าหากันน่าจะดีกว่าเพื่อพ่อหลวงและเพื่อประชาชนเรา” จากนั้นเวลา 12.55 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เขียนข้อความโต้ตอบกับผู้ใช้เว็บไซด์ twitter.com รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “weerabhan” ถึงข้อพิพาทเขาพระวิหาร โดยมีใจความว่า “รู้ไหมว่าเขาพระวิหารเป็นของเขมร เพราะเราแพ้คดีที่ศาลโลกเมื่อสมัยจอมพลสฤษดิ์ เป็นนายกฯ คุณเสนีย์ ปราโมช เป็นทนาย ผมยังเอาค่าขนมบริจาค”

ต่อมา “weerabhan” ได้โพสต์ตอบว่า "ทราบครับ แต่ไม่แน่ใจว่าพื้นที่ 4.6 ตร.กม. นั้น อยู่ในคำตัดสินของศาลโลกหรือไม่ ถ้าไม่ แล้วพื้นที่ตรงนี้เป็นของใคร?" หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณได้โพสต์ในหน้าทวิตของตัวเองว่า "ที่ผมกล่าวถึงเขาพระวิหารที่เราแพ้คดีที่ศาลโลกนั้นหมายถึงตัวปราสาทพระวิหาร ไม่ได้หมายถึงเขาทั้งลูก ผมพูดสั้นไปหน่อยขอโทษทีครับ"

อย่างไรก็ตาม “weerabhan” ได้โพสต์ข้อความในหน้าทวิตเตอร์ของตัวเองว่า ถูกบล็อกจากการติดตาม"Thaksinlive"เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่า"Thaksinlive" เริ่มบล็อก twittple หลายรายแล้ว ส่วนมากเป็นคนที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ@weerabhan,@padkorat และใครอื่นๆ


ที่มา-ผู้จัดการ

วันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

voice of Taksin

voice of Taksin[VOT] หรือเสียงทักษิณ หนังสือรายปักษ์ โดยมีนายสุธรรม แสงประทุม เป็นประธานคณะกรรมการบริหารงาน และยังมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสูข เป็นกรรมการบริษัท แนวทางคงไม่ต้องบอกว่าจะออกมารูปแบบใด คงไม่พ้นโจมตีรัฐบาล ตีวัวกระทบคราดไปถึงสถาบันฯ นี่คือแนวทางถนัดของลิ่วล้อทักษิณ ที่รวมพวกคอมมิวนิสต์อกหักเข้าไว้ด้วย



วันที่ 26 กค.52 คือวันเกิดทักษิณ ซึ่งตอนแรกบรรดาลิ่วล้อต่างจะจัดแซยิดให้ที่ท้องสนามหลวง แต่ต้องยกเลิกไปด้วยเหตุไม่เหมาะสมและกรุงเทพฯไม่อนุญาติให้ใช้ หรือเป็นเพราะความปอดแหกของทักษิณก็ไม่รู้ได้ จึงต้องมาเล่นด้วยการล่ารายชื่อเพื่อให้ในหลวงทรงพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการล่ารายชื่ออยู่

บทความของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำเสื้อแดง ที่หลบหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้เขียนบทความเรื่อง "ดวงใจที่ไกลบ้าน" โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า..
....นี่เป็นข้อเขียนชิ้นแรกที่เขียนถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมาเมื่อปี 2546
และเพื่อฉลองวันเกิดในปี 2552 ที่เขียนไม่กลัวว่าท่านจะโกรธหรือไม่พอใจ แต่เลือกที่จะไม่ประจบ เพราะได้ยืนยันว่าจะไม่ละทิ้งแนวทางของท่านที่ผมศรัทธาตั้งแต่รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล รอบตัวท่านยังมีคนอย่างผมจำนวนมาก แต่บางครั้งไม่มีเวลามอง เมื่อไม่มองก็ไม่เห็น
"...คุณทักษิณเล่นการเมืองมาทุกรูปแบบ ตั้งแต่เป็นนายตำรวจติดตามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของมวลชนเพื่อประชาธิปไตย.. เล่นทั้งใต้ดินและบนดิน จนกลายเป็นสัญญลักษณ์ของการคอรัปชั่นเชิงนโยบายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ถ้าคุณทักษิณยังเป็นมหาเศรษฐีที่เล่นการเมืองอยู่เบื้องหลัง”
คุณทักษิณอาจพลัดหลงไปสนับสนุนฝ่ายอำมาตยาธิปไตยแล้วก็ได้ คุณทักษิณต้องรอดปลอดภัยจากสงครามนี้ จนนำพาบ้านเมืองไปสู่ระบอบของมนุษย์ผู้มีศักดิ์ศรี ได้ยาวนานกว่าครั้งอาจารย์ปรีดีและคณะราษฎร...."ทักษิณก็ยังเป็นอภิมหาเศรษฐีอยู่ เงิน 7 หมื่นกว่าล้านที่โดนอายัด เงิน 1แสน4 ล้าน ที่อังกฤษอายัด ก็ยังเหลือซื้อเครื่องบินส่วนตัว จ้างแอร์ กัปตันส่วนตัวได้ ซื้อคอนโดหรูหราอยู่ตามประเทศต่างๆ นอนห้องพักคืนละเป็นแสนที่ดูไบ คิดดูละกันเงินที่ไม่ได้แจ้งหรือไม่รู้ที่ไปที่มาจะมีอีกเท่าไหร่


ที่มา http://www.oknation.net/blog/newgeneration/2009/07/21/entry-1

วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

สื่อเลือกข้าง

จริงๆก็ไม่อยากจะเขียนหรอกเพราะไม่ได้อัพเดทบล็อคมานาน เรื่องหนึ่งที่อยากเขียนคือสื่อหัวแดง สื่อที่ไม่เป็นกลาง แต่เข้าทางกลุ่มคนเสื้อแดงที่นำโดยนายทักษิณ อย่างออกหน้าออกตา สื่อที่ว่านี้ก็มีหลายเจ้าแต่จะเน้นเฉพาะสองสื่อใหญ่ๆ และยังมีคอลัมนิสต์อีกหลายคนที่วิพากษ์วิจารณ์เข้าข้างกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างออกหน้าออกตา

1.ไทยรัฐกรณีการบิดเบือนภาพข่าวโดยการลบพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงออก ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และยังมีอีกหลายๆเรื่องที่เสนอข่าวเข้าข้างกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างชัดแจ้ง แม้จะแก้ตัวว่าตำแหน่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่เด็กถือนั้นไม่เหมาะสมก็ตาม แต่การที่ไทยรัฐลบพระบรมฉายาลักษณ์ออกนั้นเป็นการกระทำที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง


2.มติชนที่นำข่าวเก่ามาลงในเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรโดนเอ็ม79 ยิงถล่ม และยังเล่นข่าวทักษิณอย่างเป็นประจำอีกทั้งข่าวที่เท็จถูกปล่อยออกมาเพื่อให้ทักษิณดูดี มติชนเคยเป็นหนังสือพิมพ์ที่ผมชื่นชอบ แต่พักหลังมาหลังจากมีกลุ่มพันธมิตรออกมาเคลื่อนไหว ก็มีคอลัมนิสต์บางคนออกมาโจมตีกลุ่มพันธมิตร แต่บรรณาธิการบริหารอย่าง เสถียร จันทิมาธร ก็เล่นข่าวตลอดถึงแม้ตอนนี้จะโดนปลดออกไปแล้วก็ตาม


วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

หมีแพนด้า

ข่าวดีอีกอย่างของไทยคือหลินฮุ่ยให้กำเนิดลูกหมีแพนด้า ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นการหาชื่อเพื่อชิงรางวัล หลินฮุ่ยกับช่วงช่วง เป็นคู่หมีที่จีนให้กับเรามา เพื่อสัมพันธไมตรี และเราต้องส่งคืนจีนเมื่อครบสัญญาอาจจะรวมทั้งลูกหมีที่กำเนิดมาก็ได้


ลูกหมีที่กำเนิดมาร่างกายแข็งแรง ทำให้เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ ในความน่ารักของลูกหมี มีผู้คนสนใจเดินทางไปดูกันจำนวนมากทำให้มีรายได้เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แม้แต่คนจีนยังสนใจในลูกหมีที่กำเนิดมาด้วย ส่วนเสื้อแดงที่จะชุมนุมยังต้องเลื่อนไปเพราะสู้กระแสลูกหมีแพนด้าไม่ได้


วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ไข้หวัด 2009

ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.00 น. สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด สํานักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ ดังนี้
1. ผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) 2,714 ราย
- หายเป็นปกติหรือดีขึ้น 2,593 ราย
- กําลังรักษาที่โรงพยาบาล ประเภทผู้ป่วยใน 110 ราย
- เสียชีวิต 11 ราย
2. ผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิต จํานวน 11 ราย เป็นเพศชาย 6 ราย หญิง 5 ราย อายุระหว่าง 8-58 ปี (มัธยฐาน 30 ปี) อยู่ในกรุงเทพมหานคร 5 ราย ชลบุรี 3 ราย ราชบุรี 1 ราย เพชรบุรี 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย
3. ผู้ป่วยยืนยันที่เริ่มป่วยในระหว่างวันที่ 1-6 กรกฎาคม 2552 จํานวน 292 ราย จําแนกเป็น
- อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานคร 120 ราย นนทบุรี 22 ราย สมุทรปราการ 21 ราย เชียงใหม่ 14 ราย พะเยา 12 ราย จังหวัดอื่นๆ 103 ราย รวม 38 จังหวัด
- กลุ่มอายุ อายุ 0-4 ปี 12 ราย, อายุ 5-10 ปี 54 ราย, อายุ 11-15 ปี 90 ราย อายุ 16-20 ปี 66 ราย อายุ 21-25 ปี 29 ราย อายุตั้งแต่ 26 ปีขึ้นไป 41 ราย
อาการ
ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นตามปกติ คือ มีไข้ขึ้นสูง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ไอ คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามร่างกายรุนแรง ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง อาการป่วยจะพัฒนารวดเร็วและจะมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายใน 5 วัน ทั้งนี้อาจจะพบว่าผู้ที่รับเชื้อจะแสดงอาการไม่รุนแรง

การป้องกัน
1.ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิด เพื่อป้องกันเวลาจาม
2.หมั่นล้างมือ
3.หากมีอาการ ไข้อย่างรุนแรง และไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคนี้ รวมทั้งผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด
4. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่แอดอัด และงดเดินทางไปในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคนี้อย่างรุนแรง
5. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ที่มา- chaoprayanews.com

วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Thaksin pais protertors

คนที่คิดเผาบ้านเผาเมืองของตัวเองจะอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนเขาสาปส่งทั้งนั้นแหละ และนี่ก็คือตัวอย่างหนึ่งของคนรักประเทศรักในหลวงที่เขาออกมาพูด

video


video

ถ้าทักษิณจะปฏิเสธความรับผิดชอบครั้งนี้ ทักษิณจะเป็นตัวตลกที่ไม่มีเวทีให้เล่นแล้วเชื่อดิ เพราะคำพูดเชื่อไม่ได้แล้ว สู่สุขติเถิดทักษิณ



วันอาทิตย์ที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Batman in bangkok

แม้ว่าการชุมนุมของเสื้อแดงจะจบลงไปแล้วพร้อมกับการจับกุมแกนนำหลายๆคน และที่จับไม่ได้อีกหลายคนเพราะหลบหนี หรือไม่มามอบตัวก็มาก ทิ้งแต่ความสูญเสียไว้ให้ดูต่างหน้าถึงความถ่อยของผู้ชุมนุม ทั้งปิดการจราจร เผารถเมล์ แต่นายกก็ยังไม่ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเพราะว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร


ถัดจากนั้นมาไม่กี่วัน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของพันธมิตรก็ถูกลอบสังหาร ด้วยอาวุธสงครามจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมาซึ่งอาจจะมาจากเรื่องการของเมืองก็ได้ ถึงแม้ว่าหัวหน้าผู้ก่อการคือทักษิณ จะบินหนีออกจากเอมิเรต เพื่อไปนิคารากัว เพื่อหาที่พักพิงใหม่ พื้นที่ของทักษิณเริมหดหายไปทุกที ใช่สถานการณ์ต่อไปคือเสื้อแดง รุมล้อมทักษิณ เมื่อทักษิณถูกจับมาดำเนินคดีที่เมืองไทย คอยดูไม่เชื่อก็ตามใจ


ถึงแม่จะเครียดแต่เราก็มีเหตุการณ์ประทับใจ เพื่อครายเครียดบ้าง นั่นก็คือ คลิป Batman in bangkok ที่ออกมาช่วยชาวดินแดงให้รอดปลอดภัยจาก รถแก๊ส


video

วันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Bangkok Protests

นับเป็นวันที่สองแล้วสำหรับการประกาศ พรก.ฉุกเฉินร้ายแรง แกนนำประกาศทันทีว่าแค่ใบกระดาษไม่สามารถบังคับใช้กับ นปช.ได้ พร้อมกับการดาวกระจายก่อการปิดเสนทางต่างของกรุงเทพฯ แถมยังก่อการจราจลไปทั่วกรุงเทพฯ หนักคือการปิดถนน เผารถประจำทาง หรือแม้แต่การนำเอารถบรรทุกแก็ส ออกมาข่มขู่



มีการแบ่งกันก่อการจราจลเป็นจุดไปพอสลายตรงนี้ ไปโผล่ตรงโน้นเรื่อยไป แต่ละจุดจะเผารถประจำทาง เผายางรถยนต์ พอมีทหารเข้ามาสลาย ก็จะโยนระเบิดเพลิง ระเบิดปิงปอง มีการวางเพลิงสถานที่ต่างๆทั่วทั้งกรุงเทพฯให้มันเกิดการจราจล ให้เกิดความวุ่นวาย



แถมทักษิณยังมีหน้าออกมาปลุกเล้าตลอดให้ประชาชนสู้ต่อไป ถ้าเขาแพ้ประเทศไทยก็แพ้ด้วย ปากก็อ้างประชาธิปไตย ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ แต่ภาพที่เห็นอาวุธเพียบ ไม่มีคำว่าสันติ มีแต่การทำลาย สร้างความเดือดร้อนทั่วไป จนบางจุดมีชาวบ้านรวมตัวกันออกมาต่อต้านเอง


นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ประกาศแตกหักแล้วโดยมีลิ่วล้อคอยปลุกปั่นยั่วยุให้แนวร่วมเกิดการฮีกเหิม ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการแบบนิ่มนวลแล้วก็ตาม การเผาบ้านทำลายเมืองตัวเองเพื่อคนๆเดียว เป็นการประจานตัวเองไปทั่วโลกยิ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เรายิ่งสูญเสียไปมากนับเท่าทวีคูณ ความผิดครั้งนี้ทักษิณจะปฏิเสธไม่ได้


วันอาทิตย์ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ขอประนามแก็งค์ทักษิณถ่อย

หลังจากที่ทักษิณโฟนอินกรอกหูมวลชนของเขาทุกวัน ท้าชนแบบเล่นหมดหน้าตักโดยเอาประเทศเป็นเดิมพันแลกกับการกับมามีอำนาจของเขาอีกครั้ง พร้อมกับทรัพสินที่ถูกยึดไปต้องได้คืน ปลุกระดมมวลชนผ่านทาง แกนนำหัวขวด ตั้งแต่การชุมนุมหน้าทำเนียบ การปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้การจราจรติดขัด การปิดโรงแรมที่จะใช้ประชุมอาเซียน +3+6 ที่พัทยา จนต้องยกเลิกไปอย่างไม่มีกำหนดทำลายภาพพจน์การท่องเที่ยวของไทยลงอย่างสิ้นเชิง



ทั้งที่ปากบอกว่าชุมนุมอย่างสันติปราศจากอาวุธ แต่ภาพที่เห็นรู้สึกจะมากเป็นพิเศษ พร้อมกับความถ่อยมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่แกนนำพูดอยู่ทุกวัน วันนี้มันไม่ได้เป็นดังที่พูด ไม่รู้แกนนำจะว่าไง



แม้แต่การทำลายรถของนายกฯที่กลุ่มเสื้อแดงคิดว่านายกฯนั่งอยู่ในนั้น แสดงถึงความป่าเถื่อน ถ่อย ออกมาให้เห็น มันหมายถึงการเอาชีวิตของนายกฯเลย หลังจากที่เคยตั้งทีมไล่ล่านายกฯมาแล้ว แม้แต่นายกฯได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วก็ตามเหตุการณ์ยังคง ไม่เปลี่ยนแปลงยังคงมีการชุมนุมอยู่อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายปฏิบัติทำงานไม่เคร่งครัด ที่จะจัดการกับคำสั่งของรัฐบาล มิหนำซ้ำ ตำรวจทหาร บางส่วนก็ยังอยู่ฝ่ายเสื้อแดงเสียอีก



เป็นสัญญาณของสงครามประชาชน (แบบลวกๆ) ซึ่งก็คงเป็นได้เพียงการก่อจราจลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงตามที่หวังไว้ ไม่ว่าจะพินาศเสียหายแค่ไหนก็ตาม เป็นการเผาบ้านตัวเองเพื่อให้ทักษิณรอด คนเดียวเพราะเครือข่ายที่ทักษิณใช้เงินซื้อ และสร้างไว้ยังมีอำนาจอยู่อีกจำนวนมาก

วันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

Bangkok Dangerous

สมัยก่อนตอนเป็นเด็กสีแดงคือสีของคอมมิวนิสต์ มาวันนี้เห็นกลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุม ทำให้ย้อนกลับไปคิดไม่ได้ เพราะบรรดาแกนนำหลายๆคนของกลุ่มเสื้อแดงเป็นพวกซ้ายเก่า พวกคอมมิวนิสต์ตกยุค ออกมาเป็นแกนนำ เป็นกุนซือ ที่ยอมรับใช้ทักษิณเผาบ้านตัวเอง รวมทั้งพวกที่จาบจ้วงสถาบันฯ ลบหลู่สถาบันฯ


นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งเป็นอดีตนักโทษการเมืองคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายของประเทศไทย ได้ปราศรัยบนเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลปลุกระดมประชาชน ว่า การจะปฏิวัติโดยประชาชน นอกจากเราจะปิดถนน ทำให้ทั่วทั้งเมืองเป็นอัมพาตแล้ว และยังเป็นการป้องกันไม่ให้ทหารเอารถถังออกมา เรายังต้องไปยึดธนาคารบางแห่ง เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้จ่าย และต้องยึดทีวีบางช่อง เพื่อนำมาเป็นกระบอกเสียงให้เราด้วย"ผู้จัดการออนไลน์" ฟังแล้วน่าสมเพชนักหนา

การเรียกร้องให้องคมนตรีลาออกพร้อมกับนายกฯ ทั้งที่หลายฝ่ายออกมาเตือนทักษิณแล้วว่ามันเป็นการล่วงละเมิดพระราชอัธยาศัย ที่ปากบอกว่ามีความจงรักภักดีเสมอมา แม้แต่ลูกน้องที่แสนซื่อสัตย์อย่างเนวิน ยังออกปากพร้อมกับขอให้ทักษิณ เลิกทำให้ประเทศล่มจมไปมากกว่านี้ แม้แต่การตั้งรางวัลนำจับก็มี



รากหญ้ากลายเป็นเครื่องมือของทักษิณที่จะทำให้เขาประสบผลสำเร็จตามที่หมายไว้ มาวันนี้มีการปิดอนุสาวรีย์ทำให้รถติดคนใช้รถ คนเดินทางเดือดร้อนกันทั่ว การยกระดับการชุมนุมขึ้นมาเรื่อยๆ อาจจะมีการก่อการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพื่อให้เหตุการณ์ให้มันรุนแรง เกิดการจราจลเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยระดมเชิญชวนสาวกออกมามากๆ ชวนพี่ชวนน้องออกกันมาเยอะๆ แล้วครอบครัวตัวเองก็ยกโขยงกันหนีออกนอกประเทศไป ปล่อยให้สาวกต้องรับกรรมกันไป นี่คือนิสัยทักษิณยอดผู้นำที่เอาตัวเองและครอบครัวให้รอด คนอื่นช่างมัน

วันศุกร์ที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

901

901 นี่คือคำพูดของทักษิณตอนที่วีดิโอลิงค์กับคนเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ทำให้นึกถึงบบรดาพวกต้องการล้มสถาบันฯที่สิงสถิตย์อยู่ที่เวบฟ้าเดียวที่พวกมันให้รหัสแทน เช่น 901,02,03,04,05,06 พร้อมกับการออกมาเปิดเผยชื่อผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญคือพลเอกเปรม ติณสูรานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ แถมพ่วงด้วยพลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ที่อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติโค่นล้มอำนาจเขาเมื่อ 19 กันยายน 2549 โดยมีการนัดทานข้าวพร้อมกับการปรึกษาหารือ ที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา จากคำให้การของพลเอกพัลลพ ปิ่นมณี ที่เข้าร่วมในการรับประทานอาหารมื้อนั้นพร้อมกับ ตุลาการอีกบางคนเช่น นายอักขทร นายจรัลเป็นต้น


เมื่อมีการดับเครื่องชนสถาบันองคมนตรี และสถาบันตุลาการ ของทักษิณครั้งนี้ถือว่าเป็นการเล่นแบบหมดหน้าตักแล้ว โดยไม่สนใจความเสียหายที่มันจะเกิดขอแค่บรรลุผลเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น คือการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี2550 นิรโทษกรรมให้นักการเมือง เอาสมบัติของทักษิณคืนมา โดยหวังที่จะดึงเบื้องสูงลงมาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งเหมือนเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 2535 หรือแม้แต่การหวังผลไกลกว่านั้นก็เป็นได้


ล่าสุดกับการออกมาปกป้องสถาบันของพล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ กับนายอำพน เสนาณรงค์ องคมนตรี พร้อมกับตอบโต้กลับไปนิดๆหน่อยๆ แต่หนักหน่วงกับการปกป้องสถาบันฯ พร้อมกับเตือนรัฐบาลให้จัดการขั้นเด็ดขาดกับทักษิณที่บังอาจลบหลู่เบื้องสูง

วันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

92 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานชัยศรีในพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๒ จะครบรอบ 92ปีของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 26 มีนาคม 2552 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับ 166 ของโลก และอาจจะเป็นหนึ่งของไทยด้วย



แต่เหตุไฉนถึงมีบรรดาคนที่ไม่ต้องการสถาบันฯ อยู่เช่นนายใจ ที่ออกแถลงการณ์สยามแดง เขย่าสถาบันฯ เขย่าประเทศ อยู่เสมอมาโดยที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่มีมาตรการใดๆ คงปล่อยไปเรื่อยๆจนใจหนีออกไปอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงให้มีคนเช่นนี้สอนหนังสือปลูกฝังลัทธิ ให้แก่เยาวชนอยู่นานแสนนาน


นี่ก็อีกคน สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์จุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ ที่เอาตำแหน่งอาจารย์เข้าประกันตัว ดา ตอร์ปิโด ที่ปราศรัยโจมตีสถาบันอย่างสนุกสนานมันส์ปาก


นี่ก็อีกคนที่เอาตำแหน่งประกันตัว น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซด์ประชาไทออนไลน์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบราม (บก.ป.) บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานเว็บไซด์ประชาไทออนไลน์ พร้อมจับกุมตัวผู้อำนวยการเว็บไซด์ในความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ( http://www.naewna.com/news.asp?ID=151530 )


ยังมีอีกหลายคนที่ร่วมลงชื่อกับนายใจ ร่วมลงนามกันแก้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (http://www.oknation.net/blog/canthai/2009/02/02/entry-1) อ๋อยังมีอีกคนคือ "อุ๊งอิ๊ง" ลูกสาวคนเล็กของทักษิณก็จบจากคณะนี่แหละ ถึงแม้จะกังขาในการสอบเข้า แต่ก็จบมาแว้ว


ส่วนคนนี้ไม่เกี่ยวเกี่ยวอย่างเดียวคือ ฉีกบัตรเลือกตั้งสมัยพรรคไทยรักไทย ส่งคนลงเลือกตั้งแต่ไม่มีคู่แข่งจากพรรคอื่นร่วมลงสนามด้วย ที่ถือกันว่าเป็นการเลือกตั้งที่ ตา-หลก ที่สุดก็ว่าได้ เพราะจะต้องจ้างพรรคอื่นส่งคนลงมาแข่งด้วย
......อยากจะรู้เหมือนกันว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาคิดอย่างไรหรอจะศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ หรือตั้งใจจะเข้า ลองตอบคำถามกับสังคมหน่อยเถอะ ว่าพวกท่านมีจุดยืนอย่างไรในทางการเมือง

วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กฎหมายหมิ่น

มีนักวิชาเกินหลายๆท่านที่ต้องการให้มีการแก้กฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพ เพราะนับวันจะมีการหมิ่นมากขึ้นทุกๆวัน แม้แต่ภาครัฐก็ไม่มีใครจัดการอย่างจริงจัง พวกเหล่านี้สุมหัวอยู่ตามเวบบอร์ดต่างๆทั่วไป แต่ที่หลักๆคือ ฟ้าเดียวกัน ประชาไทย และก็พันธ์ทิพย์ห้องราชดำเนิน หรืออาจจะโผล่ไปห้องอื่นๆภายในพันธุ์ทิพย์ก็มี


และก็ ใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์มหาลัยของจุฬา ที่ต้องการจะล้มสถาบันฯ โดยการออกแถลงการณ์ "แดงสยาม" ที่ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ และสถาบันฯ ที่ทุกวันนี้ได้ออกจากไทยไปอยู่อังกฤษเรียบร้อยแล้ว แล้วยังใช้สื่อต่างชาติโจมตีไทย และสถาบันฯอย่างต่อเนื่อง



และรายต่อมาก็คือผู้ก่อตั้งเวบประชาไทย จอน อึ๊งภากรณ์ พี่ชาย ใจ อึ๊งภากรณ์ ที่เวบประชาไทยโดนตำรวจเข้าตรวจค้น โดยควบคุมตัว นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้ดูแลเวบประชาไทไป



ส่วนนักวิชาเกินที่เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯที่นำโดย ธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์จากอเมริกา พร้อมพวก 50 คน ที่เสนอให้แก้ ให้ยกเลิกการลงโทษผู้กระทำความผิดในคดีนี้